นาฬิกาบางกอก - NaligaBangkok

บทความ

นาฬิกาแห่งชีวิต

19-09-2552 03:24:00น.

 

     มีคนเข้ามาเขียนเรื่องราวต่าง ๆ มากมาย ความทรงจำเกี่ยวกับพ่อ หรือเรื่องราวของวันพ่อ..

     บางคนก็เขียนถึงพ่อ  บางคนก็เขียนถึงเตี่ย..แม้จะเรียกว่าอย่างไร มันก็ทำให้ผู้อ่านอย่างผม น้ำตาซึม เพราะซาบซึ้งในความผูกพันธ์ระหว่างลูก กับพ่อสุดที่รัก 

     ผมเลยนึกอยากจะเขียนเรื่องราวของพ่อบ้าง แต่ก็ยังนึกไม่ออกเลยว่า จะเขียนเรื่องอะไรดี
ไม่ใช่เพราะไม่มีเรื่องราวของพ่อที่พอจะเขียนให้อ่านได้หรอกนะ

     แต่เป็นเพราะเรื่องราวของพ่อนั้น มันมีมากมายมหาศาลเหลือเกิน ไม่รู้ว่าจะเลือกเอามาเขียน

     ในแง่มุมไหนดี  เพราะถ้าจะกล่าวถึงเรื่องราวความดีของพ่อของผมนั้น.. ก็คงจะมีไม่น้อยหน้า
ไปกว่าเรื่องราวของพ่อคนอื่นเลยทีเดียว            

     สมัยเด็ก ๆ ผมยังจำได้ดีว่า..พ่อเป็นคนชอบสะสมนาฬิกาตัวยง พ่อแกชอบสวมใส่นาฬิกาชนิดที่สายเป็นเหล็ก  ดูเป็นประกายแวววาว ตัวเรือนจะใหญ่   พ่อชอบใส่ นาฬิกายี่ห้อ ไซโก้ มากกว่ายี่ห้ออื่น ๆ

      ที่บ้านของผม เปิดเป็นร้านขายกาแฟ พ่อนั้นจะเป็นคนชงกาแฟให้กับลูกค้า ส่วนแม่ทำขนมขายประเภท ข้าวเหนียวสังขยา,ทอดปลาท่องโก๋ และเหนียวห่อกล้วย ( ข้าวต้มมัด ) มีรายได้เล็ก ๆน้อย พอที่จะส่งเสียให้พวกผม และพี่ ๆน้อง ๆ ได้เล่าเรียนกัน

     ทุก ๆ เช้า นอกจากชาวสภากาแฟ  จะพูดคุยกันเรื่องทั่วไป เรื่องการเมือง และเรื่องสรรพเพเหระแล้ว

     บางทีบางครั้ง ก็จะได้ยินพ่อร่วมวงนั่งคุย   กับลูกค้า ถึงเรื่องราวของนาฬิกา ยี่ห้อต่าง ๆ ที่ ลูกค้านำมาให้พ่อดู ไม่นำมาขายให้พ่อ ก็ต้องให้พ่อดูว่าเป็นนาฬิกาของแท้ หรือไม่
เพราะพ่อนั้นถือได้ว่าเป็นผู้ชำนาญการในเรื่องนี้เลยทีเดียว    

     เมื่อตอนผมเพิ่งเข้าเรียนมัธยมต้น  พ่อยังมีนาฬิกาแค่ ๗– ๘ เรือน ส่วนมากจะเป็นนาฬิกามือสอง ประเภทนาฬิกาเก่า ที่พ่อชอบสะสม มีหลายยี่ห้อ ไล่มาแต่ของญี่ปุ่น ,สวิส, ต่าง ๆ ตอนนั้นผมก็ไม่ได้สนใจเลยไม่ค่อยรู้รายละเอียดเกี่ยวกับนาฬิกาของพ่อมากนัก..

     บางครั้งก็มีคนเอานาฬิกายี่ห้อดี ๆ มาขายให้พ่อ..ในราคาถูก ๆ  ส่วนมากจะมาขายเพราะร้อนเงิน

     ยิ่งช่วงใกล้เปิดเทอม จะมีคนมาเสนอขายนาฬิกา กับพ่อถี่มาก ๆ เพราะรู้ว่าพ่อชอบสะสมนาฬิกา
ถ้าพ่อถูกใจ ราคาไม่แพงนัก พ่อก็จะซื้อเก็บไว้

     หลาย ๆ ครั้ง พ่อก็จะทะเลาะกับแม่ พอหอมปากหอมคอ ไม่จัดว่าอยู่ในขั้นที่รุนแรงมากนัก
     โดยแม่ชอบว่าพ่อนั้นฟุ่มเฟือย และสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ
มีเรือนเดียวไว้สวมใส่ก็พอแล้ว…แต่พ่อก็ไม่เคยรับฟัง..พ่อบอกว่าคนเรามีความชอบไม่เหมือนกัน
.มันมีความสุขที่ได้สะสมนาฬิกา  มันเสียหายตรงไหน

      พ่อชอบอย่างเดียวคือนาฬิกา  แม่ก็น่าจะรับได้..ผู้ชายคนอื่น ๆ เขาชอบทีเดียว ตั้งหลายอย่าง

     เช่นชอบเลี้ยงไก่ชน วัวชน นกเขา นกกรงหัวจุก ปลากัด..และเลี้ยงเมียน้อย…
…มันไม่ร้ายแรงไปกว่าพ่อหรือ

     เออจริงด้วยสินะ…เหตุผลของพ่อมีน้ำหนัก น่ารับฟัง..และระยะหลัง ๆ มานี่ แม่ก็ไม่ได้ต่อว่าพ่อในเรื่องนี้อีกแล้ว

     จะเป็นเพราะเหตุผลที่มีน้ำหนักของพ่อ..หรือชักจะรำคาญ ขี้เกียจบ่นก็ไม่รู้ได้..

     ต่อมาเมื่อผมเข้าเรียน ม.ปลาย ใกล้จะจบเพื่อเตรียมสอบเข้ามหาลัยแล้ว…
     เริ่มเข้าสู่วัยหนุ่มว่างั้นเถอะ ผมก็เลยหันมาสนใจสิ่งสวย ๆ งาม ๆ เกี่ยวกับ
เครื่องประดับของผู้ชาย..อย่างเช่นนาฬิกา

     เมื่อก่อนผมไม่ค่อยได้พิถีพิถันกับเรื่องนี้มากนัก..มีนาฬิกาอยู่เรือนหนึ่ง ราคาก็พื้น ๆ ยี่ห้อก็ไม่ดังเท่าไหร่ สวมใส่ไว้ดูเวลาจริง ๆ ไม่ได้เอาไว้เท่ห์อะไรหรอก
  
     ต่อมาผมได้มีโอกาสพูดคุย กับพ่อ และพิจารณาดูนาฬิกา  ของพ่อที่สะสมมาตั้งแต่วัยหนุ่ม

     เห็นแล้วถึงกับพิศวง งงงวยกับพ่อจริง ๆ สมควรแล้วที่ถูกแม่ด่าบ่อย ๆ

     พ่อเอากล่องพลาสติกทีเก็บนาฬิกา จำนวน ๕ กล่อง ออกมาจากตู้ แต่ละกล่องมีผ้ากำมะหยี่รองไว้ทุกกล่อง

     ..นาฬิกาของพ่อ กะประมาณด้วยสายตา แต่ละกล่องมีประมาณ ๘-๙ เรือน ต่อกล่อง  ทั้งหมด   น่าจะมีนาฬิกาที่สะสมเกือบ ๆ ๕๐ เรือนเลยทีเดียว

     พ่อหยิบนาฬิกามาให้ผมดูทีละเรือน เรียงตามลำดับกล่อง.. ผมก็พยายามสอดส่ายหาเรือนที่เท่ห์ ๆ

     ถ้าเห็นถูกใจจะเอาไว้สวมใส่สักเรือน เมื่อก่อนไม่อยากได้เพราะนึกว่านาฬิกาของพ่อคงจะเชยไม่เข้ากับยุคสมัยวัยรุ่น

     แต่พอมาเห็นในตอนนี้ ผมก็คงต้องขอถอนคำพูด เพราะนาฬิกาของพ่อหลากหลายชนิด มีสวย ๆ เยอะ มาก
ส่วนราคาของนาฬิกาทั้งหมด  ถ้าบอกขายไปก็คงจะราคาคงจะตกเป็นแสน

     “ รุ่นนี้ ไซโก้ หน้าน้ำเงิน…รุ่นสงครามโลกครั้งที่สอง สมัยญี่ปุ่นบุกเมืองไทย “

พ่อพูดพร้อมกับหยิบนาฬิกาเรือนนั้นมาให้ชม

     มันเป็นนาฬิกาเก่า เป็นนาฬิกาแบบไขลาน  เสียงมันดังชัด ติ๊กต๊อก  ๆ มันแปลก ๆ และสวยงามมาก

     พ่อหยิบนาฬิกาให้ผมดูพร้อมกับอธิบาย ถึงยี่ห้อ รุ่น และคุณภาพแต่ละเรือน ให้ฟังอย่างละเอียดยิบ

     ในแต่ละกล่อง พ่อจะแยกนาฬิกาไว้เป็นส่วนสัด นาฬิการุ่นเก่า.. พ่อจะแยกไว้
ต่างหาก

     มีตั้งหลายยี่ห้อตั้งแต่โรเล็กซ์ ,โอเมก้า,  นาฬิกาสวิสแท้…แต่พ่อนั้นชอบสะสมนาฬิกายี่ห้อ ไซโก้ และมิโด้ของญี่ปุ่น มากกว่ายี่ห้ออื่น  จะมีสวย ๆ งาม ๆ อยู่หลายรุ่น

     เมื่อผมหยิบมิโด้ เรือนทอง ที่ดูแล้วน่าจะเหมาะกับข้อมือหนุ่มหล่อ (เสร็จแล้วหรือไม่ )  อย่างเรา..พ่อก็พูดขึ้นว่า

     “ มิโด้ เรือนนี้ เก่ากว่าไซโก้ เรือนนั้นอีกนะ..หายาก มีคนมาขอซื้อหลายหมื่นแล้ว..พ่อไม่ขาย

     เรือนนี้พ่อต้องเก็บไว้ให้ดี..หวงมาก ๆ เลย..ถ้ามันหายเสียดายแย่  “

     ผมก็วางมิโด้เรือนดังกล่าวลง..ด้วยความเสียดาย ลองถ้าพูดอย่างนี้ พ่อคงจะไม่ให้ใครไปเป็นแน่

     แม้แต่ลูกสุดที่รัก เพราะคงจะกลัวว่า คนสะเพร่าอย่างผม  ใส่แล้วเผลอไปถอดทิ้งไว้อย่างแน่นอน

     วันนั้น ผมได้พูดคุยกับพ่อ เรื่องนาฬิกา  ซึ่งตั้งแต่วัยเด็ก มาจนถึงทุกวันนี้ ผมกับพ่อเคยนั่งคุยกัน  ในเรื่องอื่น ๆ มาตลอด   แต่ไม่เคยได้พูดคุยถึงเรื่องราวของนาฬิกาทีพ่อชอบสะสมเป็นงานเป็นการเหมือนครั้งนี้  

     พอมาถึงวันที่พ่อมีอายุมากขึ้น เมื่อเห็นพ่อมีความสุขกับการได้พูดคุยกับลูก ๆ และได้พูดคุยในสิ่งที่ตัวเองชอบ ในสิ่งที่ตัวเองรัก  แล้วในหัวใจของผมช่างมีความสุขเสียจริง  ๆ เมื่อพ่อมีความสุข ก็พลอยทำให้ลูกหลานมีความสุขไปด้วย

     และในใจผมอดนึกไม่ได้ว่า นี่ขนาดแม่ แกชอบบ่นเรื่องที่พ่อซื้อนาฬิกาเก่ามาสะสม ตลอดเวลา
ทั้งเช้าสายบ่ายเย็น จนถึงก่อนนอน ขนาดนี้ พ่อก็ยังไม่ยอมถอย ..และยังอุตสาห์ซื้อสะสมนาฬิกามาโดยตลอด.

     ต่อมาผมบอกพ่อว่าจะเข้าเรียนมหาลัยแล้ว ..จะขอนาฬิกาของพ่อมาสวมใส่สักเรือน ไม่มีปัญญาซื้อใหม่..

     พ่อก็คิดแล้วคิดอีก ก่อนจะตัดสินใจเลือกให้นาฬิกาแก่ผมมาเรือนหนึ่ง ผมอาจจะไม่ค่อยถูกใจมากนัก แต่ก็ต้องรับไว้ก่อน เป็นยี่ห้อไซโก้

     แต่ผมที่ชอบสุด ๆ คือโอเมก้า รุ่นซีมาสเตอร์ ชอบมาก ๆ ราคาคงจะหลายหมื่น แต่พ่อบอกว่าให้ผมใส่เรือนนี้ไปก่อน ถ้าผมดูแลรักษาดี ก็จะเปลี่ยนให้ในวันหลัง                        

     นั่งคุยกับพ่อ   แล้วมีความสุขมาก ๆ   …ได้นาฬิกาของพ่อมาเรือนหนึ่ง..แต่สิ่งที่ได้จากการพุดคุยกับพ่อในวันนั้น
มันได้ข้อคิด คุณค่ามากกว่านาฬิกาเรือนนั้นเสียอีก

  พ่อบอกว่า
  
     " ชีวิตคนเรานั้น มันก็เหมือนกับนาฬิกานั้นแหละ ทุกชีวิตเกิดมา ไม่มีใครเท่าเทียมกัน

     ต่างคนต่างยี่ห้อ ต่างรุ่น ต่างโรงงานการผลิต คุณภาพ ประเภท ชนิด ความสวยงาม ความทนทานมันแตกต่างกัน

     นาฬิกามันมีหลายประเภท จะเป็นระบบไขลาน ออโต หรือควอทช์ ก็ล้วนการทำงาน แตกต่างกันไป บางเรือนก็ยี่ห้อดี มีคุณภาพ เที่ยงตรง  เวลาแม่นยำ บางเรือนก็สวยงาม แต่บอบบาง เข้าร้านซ่อมบ่อย ๆ

     แต่นาฬิกาทุกเรือนที่มนุษย์สร้างขึ้นมา  ก็เพื่อใช้ประโยชน์ เพื่อให้บอกเวลากับชาวโลก เหมือนกับที่พระเจ้าสร้างมนุษย์ขึ้นมาบนโลกนี้ ก็เพื่อให้แต่ละคนนั้นทำหน้าที่ของตัวเองไปตามความสามารถ ให้มนุษย์นั้นทำความดีต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ต่อเพื่อนร่วมโลก  ให้เป็นคนซื่อสัตย์ เที่ยงตรง ทั้งต่อตนเอง และผู้อื่น

     จะเป็นนาฬิกาแบบใหม่ แบบเก่า รุ่นไหน ราคาถูกแพง ก็ตาม ทุก ๆ ชนิดมันก็มีคุณค่าในตัวมันเอง นาฬิกาเรือนไหนจะมีคุณค่ามากน้อยเท่าใด  มันขึ้นอยู่กับความพอใจของผู้สวมใส่ด้วย

     เพราะนาฬิกาชีวิตของแต่ละคน ต่างก็เดินไปข้างหน้าบอกเวลาให้รู้ แต่สักวันหนึ่งมันก็จะเก่าลงไปตามกาลเวลา และเดินต่อไปไม่ได้ บอกเวลาให้มนุษย์อีกไม่ได้

     ถ้าซ่อมได้ก็ซ่อมไป แต่ถ้าซ่อมไม่ได้นาฬิกาเรือนนั้นมันก็จะตายลง กลายเป็นเศษเหล็กชิ้นหนึ่ง "

      ใกล้จะถึงวันพ่อของปีนี้แล้ว  ปีก่อน ๆ ผมไม่ค่อยได้สนใจอะไรมากมายนัก  วันพ่อก็มีไป มันก็เหมือนกันทุกปีนั่นแหละ..

      แต่วันพ่อปีนี้ ตัดสินใจแล้วว่า จะต้องหาของขวัญให้พ่อ  สักชิ้นหนึ่ง ต้องเป็นสิ่งที่พ่อถูกใจ

ไปเล็ง ๆ ไว้แล้ว   ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง..

     ไซโก้รุ่นใหม่ล่าสุด..เรือนสวยงาม เหมาะสมกับข้อมือพ่อมาก ๆ
แม้ราคามันจะแพงไปสักนิด..ผมก็คงจะไม่เสียดาย
เพราะกว่าเราจะเรียนจบมาได้ทำงาน มีเงินดาวเงินเดือน พ่อแม่ต้องลำบากมามากมาย      

     พ่อคงจะต้องดีใจ  
วันพ่อปีนี้ พ่อและผมคงจะมีความสุขอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

     เพราะพ่อก็เหมือนนาฬิกาที่ใช้งานมาอย่างสมบุกสมบัน จะหยุดเดินบอกเวลาเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ แต่ผมคิดว่าพ่อคงจะเป็นเหมือนดังนาฬิกาประจำบ้านไปอีกยาวไกล..

     ส่วนพวกเราก็เหมือนนาฬิการุ่นใหม่ที่ต้องเดินบอกเวลากันต่อไป
ดำรงชีวิตอยู่ด้วยความไม่ประมาท  

     “ พ่อ ครับ…ขอให้พ่อมีความสุข
อย่าให้มีโรคภัยมาเบียดเบียน อยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทร ให้กับลูกหลานไปนาน ๆ นะครับ “
……. BKWC
 
ขอขอบคุณบทความดีๆ ที่ให้แง่คิดที่เป็นประโยชน์แก่พวกเราครับ